"La Mère Catherine" เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านมงมาร์ต (Montmartre) มีเรื่องราวมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 บรรยากาศของร้านเป็นฟีลฝรั่งเศสแบบแท้ๆ รายการอาหารที่มีให้เลือกที่ร้าน La Mère Catherine เป็นเมนูฝรั่งเศสแบบต้นตำหรับ ตัวอย่างเช่น เมนูหอยทาก Gros Escargots de Bourgogne, ซุปหัวหอม Soupe à l’Oignon Gratinée au Cantal, เป็ดแช่น้ำมัน Confit de Canard และมันฝรั่งอบสไตล์ฝรั่งเศส Gratin Dauphinois เป็นต้น
La Mère Catherine มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ยาวนานพอๆกับพื้นหินที่ปูบนทางเดินในบริเวณนี้ ร้านแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1793 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการปฏิวัติฝรั่งเศส บริเวณร้านแห่งนี้เคยเป็นที่รวมตัวของเหล่าศิลปิน กวี และนักปฏิวัติในช่วงเวลานั้น ชื่อของร้าน "La Mère Catherine" มีที่มาจากชื่อขอเจ้าของร้านคนแรก ชื่อของร้านถ้าแปลตรงตัวก็จะได้ความหมายว่า "คุณแม่แคเธอรีน"
ตลอดเวลาที่ยาวนาน La Mère Catherine เปรียบเสมือนสัญลักษณ์สำคัญของมงมาร์ตทั้งด้านศิลปะและวัฒนธรรม ว่ากันว่าศิลปินชื่อดังอย่าง Toulouse-Lautrec, Van Gogh, และ Utrillo ได้รับแรงบันดาลใจสำคัญจากภายในบริเวณร้านอาหารแห่งนี้ บรรยากาศของร้านสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี
ตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อไปถึงที่ร้าน La Mère Catherine เราก็เหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต กลับไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับศิลปินและผู้คนต่างๆที่แวะเวียนมาที่ร้านแห่งนี้
ภายในร้านนั้นโอบล้อมไปด้วยความอบอุ่นจากการตกแต่งสไตล์ rustic ที่ใช้กล่องไม้ เและวัสดุจากไม้วินเทจในการตกแต่ง
โคมไฟห้อยระย้าจากเพดานทำให้โทสีของร้านนั้นดูอบอุ่นยิ่งขึ้น
ไม่ว่าคุณกำลังมองหาร้านอาหารโรแมนติก ร้านอาหารครอบครัวหรือร้านอาารสำหรับการเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษๆ บรรยากาศภายในร้าน บริเวณที่นั่งต่างๆก็ถือว่าเหมาะสม นั่งสบายๆและได้ความหรูหราด้วย มื้ออาหารนี้จะเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีอย่างแน่นอน
เสน่ห์อีกอย่างของ La Mère Catherine ไม่ได้มีแค่ความอบอุ่นภายในร้าน ยังมีบริเวณด้านนอกร้านบนจัตุรัส Place du Tertre ที่เปิดโล่งให้เห็นบรรยากาศสวยของของปารีสระหว่างการรับประทานอาหาร
ที่ด้านหนึ่งของร้านอาหารมีบริเวณที่นั่งกลางแจ้ซ่อนอยู่ เป็นบรรยากาศที่ได้ความร้สึกแบบเงียบๆ สบายๆ เป็นส่วนตัว ปลอดจากเสียงดังและความวุ่นวายต่างๆ ซึ่งเหมาะกับการรวมตัวกับเพื่อนฝูว ครอบครัว หรือคนในที่ทำงาน ย้ำกันอีกครั้งว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการฉลองมื้อค่ำกับครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมมื้อกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถสนุกสนานไปได้ที่ร้าน La Mère Catherine แห่งนี้
เมนูของ La Mère Catherine มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเรื่องของอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม เชฟของร้านอาหารแห่งนี้รังสรรค์เมนูจากต้นตำหรับตำราอาหารแบบฝรั่งเศสแท้ๆ มาไล่ดูรายชื่อตัวอย่างอาหารกันที่ด้านล่างนี้เลย
เริ่มต้นด้วยเมนูที่หลายๆคนสนใจ อย่างหอยทาก (Burgundy snails) รสชาติแห่งความอร่อยเพื่อเริ่มต้นมื้อาอาหารแบบฝรั่งเศส หอยทากเหล่านี้ถูกนำไปผัดกับเนยและพาสลีย์ทำให้กลิ่นหอมแบบสุดๆ เนื้อเหนียวๆนุ่มๆ
มาต่อกันที่ซุปหัวหอมแบบฝรั่งเศส (Soupe à l’Oignon) ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังโปะชีส Cantal ที่ด้านบน หัวหอมที่ผ่านการผัดจนมีสีน้ำตาล หอมเนยและผสมกับน้ำซุปจากกระดูกวัว เป็นเมนูที่หอม อร่อย ซดแล้วสดชื่นเป็นที่สุด
สลัดผักอองดิฟ (endive) เป็นเมนูที่มีส่วนผสมของถั่วที่มีความกรุบกรอบและชีสที่นุ่ม สลัดจานนี้มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายทั้งจากผักและส่วนผสมอื่นๆ รสชาติขมหน่อยๆของผักสลัดอองดิฟและความเคี้ยวมันของถั่ววอลนัท รสชาติอร่อยๆของชีส Auvergne
มาสัมผัสรสชาติความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเนื้อทาทาร์ สับด้วยมือ ปรุงรส และเสิร์ฟมาพร้อมกับมันฝรั่งทอดกรอบนอก นุ่มใน เมนูฝรั่งเศสที่มีรสชาติสดชื่นและไม่ได้หาทานกันได้ง่ายๆ
Duck confit จากขาเป็ดที่จัดเตรียมมาอย่างดี เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งอบ มีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในจากส่วนของขาเป็นและความหอมนุ่มจากมันฝรั่งอบ
เสต็กเนื้อส่วนท้อง (bavette steak) ที่ผ่านการเตรียมมาอย่างดี สามารถเลือกระดับความสุกได้ตามความพึงพอใจ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสหอมแดง และมันฝรั่งทอด
เนื้อแซลมอนที่ผ่านการทำให้สุกแบบช้าๆ หรือ slow-cooked เสิร์ฟคู่มากับซอสทาทาร์ที่มีความหอมและรสชาติที่เข้ากันได้ดีกับแซลมอน นอกจากนี้ยังมีมันฝรั่งอบวางมาบนจานด้วย อาหารจานนี้เต็มไปด้วยรสชาติที่หลากหลาย เนื้อสัมผัสอร่อยๆของปลาแซลมอน มันฝรั่งและซอสทาทาร์ที่เพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดี
ไก่อบสีทอง เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และความกรอบนอกนุ่มในขงมันฝรั่งทอด คลาสสิคและสบายท้องเมื่อได้ทาน
ไม่ว่าจะมื้อกลางวันหรือมื้อ่ำ ก็จะต้องมีการปิดท้ายด้วยของหวานเพื่อให้สมบูรณ์แบบ
ตัวอย่างขงหวานในร้านนนั้น ได้แก่ เครมบูเล่ (Crème Brûlée à la Fleur d’Oranger) เป็นหนึ่งในเมนูของหวานฝรั่งเศสขึ้นชื่อ นอกจากนี้แล้วยังมีชอกโกแล็ตมูส (Mousse au Chocolat) ที่มีเนื้อแบบฉ่ำๆ สัมผัสความเป็นชอกโกแล็ตได้แบบเต็มๆ ส่วน Profiteroles Maison ที่มีกลักษณะคล้ายๆชูครีม ก็เป็นเมนูของหวานที่เย้ายวน น่าลองแบบสุดๆ
La Mère Catherine ตั้งอยู่ในเขตที่เรียกว่า Montmartre เป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยอาคาร บ้านเรือนน่ารักๆ และยังมีเรื่องราวน่าสนใจแฝงอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาก่อน หรือหลังมื้ออาหารที่ La Mère Catherine เราก็อยากจะชิญชวนให้ทุกคนได้ลองใช้เวลาๆว่างๆไปเดินเล่นรอบๆมงมาร์ต เพื่อชื่นชมความสวยงาม สถานที่ซึ่งมาความสำคัญต่อศิลปินในอดีตอย่างปิกัสโซ และแวนโก๊ะ รวมไปถึงวิวสวยๆที่เป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส และแน่นอนที่สุด อย่าลืมสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของมงมาร์ตอย่างซาเคร่เกอร์ (Basilica of the Sacré-Cœur)
จากวิหารซาเคร่เกอร์ไปจนถึงจัตุรัส Place du Tertre เป็นบริเวณที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินในอดีตมากมาย และจนกระทั่งปัจจุบันเราก็ยังสามารถพบเจอกับศิลปินมากมายที่บริเวณตัวจัตุรัส เหล่าศิลปินจัดแสดงผลงานศิลปะบนท้องถนน และมีบริการวาดรูปเหมือนอีกด้วย เราสามารถใช้เวลาว่างในการนั่งจิบกาแฟไปพลางๆ พร้อมกับดื่มกาแฟที่บริเวณร้านกาแฟรอบๆ
การเดินทางไปยัง La Mère Catherine สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการโดยสารรถเมโทร และเดินต่ออีกหน่อย
เมโทรสาย 2:ใช้บริการรถเมโทรสาย 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ"blue line (สายสีฟ้า)"ไปลงที่สถานี Anvers
จากสถานี Anvers ให้เดินต่อไปยังเนินสูงที่เป็นส่วนหนึ่งของมงมาร์ต ชื่นชมความงามของสถานที่รอบๆไปเรื่อยๆ หรืออาจจะเลือกใช้บริการรถกระเช้าไฟฟ้าก็ได้
เมโทรสาย 12:ใช้บริการรถเมโทรสาย 12 ที่ค่อนข้างจะสะดวกสบาย บางทีเราก็เรียกรถเมโทรสายนี้ว่า "green line (สายสีเขียว)" ให้ลงที่สถานี "Abbesses station" และเดินต่อไปอีกนิดหน่อย
La Mère Catherine มีบริการอาหารที่เป็นสูตรดั้งเดิมแบบฝรั่งเศส อาหารที่จัดเตรียมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด
โดยสรุป La Mère Catherine เป็นสัญลักษณ์สำคัญของมงมาร์ต รักษาวัฒนธรรมด้านอาหารฝรั่งเศสไว้ได้เป็นอย่างดี ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของร้าน การตกแต่งที่สวยงาม อาหารรสชาติอร่อย เที่ยวปารีสรอบหน้า อย่าลืมนึกถึง La Mère Catherine
เรื่องและภาพ : O'bon Paris Team
ที่ตั้ง :6 Pl. du Tertre, 75018 Paris
เวลาทำการ :ทุกวัน 7:00 น. - 2:00 น.
การเดินทาง :เมโทรสาย 2 สถานี Anvers หรือเมโทรสาย 12 สถานี Abbesses